ประโยชน์ปุ๋ยหมักจากใบ้ไม้

ประโยชน์ปุ๋ยหมักจากใบ้ไม้

ประโยชน์ปุ๋ยหมักจากใบ้ไม้

                  ประโยชน์ปุ๋ยหมักจากใบไม้นั้น ในทุกวันของเกษตรกรส่วนมากจะมีการปลูกพืชจำนวนมาก และชอบนำมาทำปุ๋ยคอกไว้ใช้เอง เนื่องจากมีวัสดุเองอยู่แล้ว และเป็นวิธีทำของเสียไม่ให้เสียของ โดยเฉพาะใบไม้แห้ง วัสดุที่หาง่าย ทำง่าย เป็นปุ๋ยสูตรเร่งรัดที่ไม่ต้องใช้เวลานาน ไม่ต้องพลิกกอง แต่การทำปุ๋ยใบไม้แห้งให้ได้ประโยชน์ปุ๋ยหมักจากใบไม้สูงสุด ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดทุกวันสำหรับเกษตรกรที่ยังไม่เคยทำปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้งด้วยตนเอง วันนี้เรามีวิธีทำปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้งแต่ละสูตรมาฝากกัน

ส่วนผสมสูตรปุ๋ยหมักแบบแรก จะประกอบไปด้วย

  1. เศษวัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้
  2. แกลบ
  3. รำข้าวละเอียด
  4. มูลสัตว์เลี้ยง
  5. หัวเชื้อจุลินทรีย์ และกากน้ำตาล
  6. มูลค้างคาว ถ้ามี

วิธีการหมักปุ๋ย

  1. นำส่วนผสมต่าง ๆ มาสผสมเค้าให้เข้ากัน
  2. เทกากน้ำตาล 2 ช้อนแกง และหัวเชื้อจุลินทรีย์ 2 ช้อนแกง ลงในน้ำ 10 ลิตร ผสมให้เข้ากัน
  3. นำน้ำที่ผสมที่เข้ากันแล้ว มารดลงในกองปุ๋ยให้ทั่ว ๆ คนไปมาให้เข้ากัน ซึ่งต้องกะเกณฑ์ให้มีความชื้นประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ วิธีทดสอบง่าย ๆ คือ ถ้ากำปุ๋ยไว้ในมือแล้วไม่มีน้ำไหลออกมาตามง่ามนิ้ว และเมื่อแบมือออก ปุ๋ยก็ยังจับกันเป็นก้อน แบบนี้ถือว่าใช้ได้
  4. หากมีที่ก็ให้กองปุ๋ยทิ้งไว้โดยให้มีความสูงประมาณ 10 เซนติเมตร หรือหากไม่มีที่ก็ให้ตักปุ๋ยที่ผสมแล้วลงในกระสอบ ทิ้งไว้ 15 วัน ก็สามารถนำมาใช้ได้

ประโยชน์ปุ๋ยหมักจากใบ้ไม้

วิธีที่สองหรือการทำปุ๋ยหมักคนขี้เกียจ

  1. สร้างคอกเล็ก ๆ แล้วนำวัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ผสมกับน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยคอก ลงไปเป็นชั้นๆ ทับซ้อนกัน จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม แล้วเหยียบให้อัดแน่น
  2. หมักทิ้งไว้ 3 เดือน ให้เกิดการย่อยสลาย
  3. การสลายของวัสดุต่างๆก็จะค่อยย่อยสลายจากด้านล่าง และให้โกยใต้กองออกมาใช้เป็นปุ๋ยหมักได้

จากสองวิธีการทำปุ๋ยหมักจะเห็นถึงประโยชน์ปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้ง นำไปปลูกได่อีกหลากหลายชนิดและได้ประโยชน์อีกมากมายอีกทั้งยังประหยัดการไปซื้อปุ๋ยเคมีอีกด้วย สิ่งสำคัญคือการทำปุ๋ยหมักเหล่านี้ คือควรเก็บกองปุ๋ยไว้ในที่ร่ม ไม่โดนฝน ไม่โดนแดด และปุ๋ยหมักที่จะนำมาใช้ก็ควรจะมีการย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ และไม่เหลือความร้อนอยู่ เพราะหากปุ๋ยยังย่อยไม่สมบูรณ์จุลินทรีย์ก็อาจต้องเอาอาหารในดินมาใช้ ซึ่งจะเป็นการแย่อาหารจากพืชไปได้ เรียกว่าแทนที่จะช่วยให้พืชเติบโต ก็อาจทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโตไปได้

 

 

 

 

 

Recommended Articles